NEW ฟีเจอร์ผูกสูตรวัตถุดิบ (Bill of Material)
2026-07-01
9 ผู้ชม

ควบคุมต้นทุนร้านอาหารและคาเฟ่ได้แม่นยำ ตัดสต็อกอัตโนมัติเมื่อมีการขาย
ร้านอาหารและร้านเครื่องดื่มหลายแห่งมียอดขายเพิ่มขึ้น แต่กลับพบว่ากำไรไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ สาเหตุสำคัญไม่ได้มาจากยอดขายที่ลดลงเสมอไป แต่เกิดจากการบริหารจัดการวัตถุดิบที่ไม่มีประสิทธิภาพ เช่น วัตถุดิบหมดโดยไม่รู้ตัว สั่งของเกินจนเกิดของเสีย หรือไม่สามารถคำนวณต้นทุนที่แท้จริงของแต่ละเมนูได้
เพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ GPOS PRO ได้เปิดตัว ฟีเจอร์ผูกสูตรวัตถุดิบ (Bill of Material หรือ BOM) ที่ช่วยให้ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเครื่องดื่ม สามารถบริหารจัดการวัตถุดิบและต้นทุนได้อย่างเป็นระบบ ครบทุกขั้นตอนการจัดการวัตถุดิบ ประกอบด้วย
-
สร้างวัตถุดิบ
-
รับเข้าวัตถุดิบ
-
ปรับสต็อก
-
ผูกสูตรเมนูอาหารและเครื่องดื่ม
-
ตัดสต็อกอัตโนมัติเมื่อมีการขาย
-
คำนวณต้นทุนต่อเมนู
-
บันทึกของเสีย (Waste Management)

ร้านของคุณกำลังเจอปัญหาเหล่านี้อยู่หรือไม่?
หากร้านยังจดสต็อกด้วยมือ หรืออัปเดตสต็อกเป็นครั้งคราว คุณอาจกำลังเจอปัญหาเหล่านี้
-
วัตถุดิบหมดโดยไม่รู้ตัว
-
สั่งซื้อเกินจนเกิดของเสีย
-
ไม่รู้ว่าวัตถุดิบหายไปเพราะอะไร
-
คำนวณต้นทุนอาหารไม่แม่นยำ
-
ตั้งราคาขายจากการประมาณ
-
ตรวจสอบการสูญหายหรือการทุจริตได้ยาก
เมื่อร้านเติบโต ปัญหาเหล่านี้จะยิ่งส่งผลต่อกำไรของธุรกิจโดยตรง

ฟีเจอร์ผูกสูตรวัตถุดิบ (BOM) คืออะไร?
ฟีเจอร์นี้ช่วยให้ร้านสามารถกำหนดว่า "เมนู 1 รายการ ใช้วัตถุดิบอะไรบ้าง และใช้ปริมาณเท่าไร"
เมื่อมีการขาย ระบบจะตัดสต็อกวัตถุดิบตามสูตรที่กำหนดไว้โดยอัตโนมัติ ทำให้ข้อมูลสต็อกเป็นปัจจุบันแบบ Real-time พร้อมนำไปวิเคราะห์ต้นทุน วางแผนการสั่งซื้อ และบริหารคลังสินค้าได้อย่างแม่นยำ

ทำไมต้องมี "หน่วยวัตถุดิบ" และ "ปริมาณสุทธิ"?
โดยปกติ ร้านมักซื้อหรือเก็บวัตถุดิบตามหน่วยจริงที่ใช้งานในร้าน เช่น ขวด, ถุง, แพ็ก,กระป๋อง หรือกิโลกรัม แต่ตอนทำสูตรอาหาร ร้านมักใช้วัตถุดิบเป็นหน่วยย่อย เช่น ml, g, oz ดังนั้น GPOS ต้องรู้ว่า วัตถุดิบ 1 หน่วยที่ร้าน เก็บสต็อก = มีปริมาณใช้งานจริงเท่าไหร่
ตัวอย่าง
-
นม 1 ขวด = 950 ml
-
เมล็ดกาแฟ 1 ถุง = 1,000 g
เมื่อกำหนดข้อมูลนี้แล้ว ร้านสามารถบันทึกสต็อกเป็น "10 ขวด" ได้ตามจริง และ GPOS จะคำนวณเป็น 9,500 ml ให้อัตโนมัติ พร้อมตัดสต็อกตามสูตรที่ใช้งานจริง
ตัวอย่างการคำนวณวัตถุดิบ
สมมติร้านกำหนดสูตร กาแฟ 1 แก้ว
ใช้วัตถุดิบ-
เมล็ดกาแฟบด 14 กรัม
-
นมสด 100 ml
นมสด 10 ขวด
นม 1 ขวด = 950 ml
ระบบจะคำนวณปริมาณทั้งหมดเป็น10 × 950 = 9,500 ml
เมื่อขายลาเต้ 1 แก้ว ระบบจะตัดนมตามสูตร
9,500 ml
↓
ใช้ 100 ml
↓
เหลือ 9,400 ml
ร้านไม่จำเป็นต้องคำนวณเอง แม้ว่าจะเก็บสต็อกเป็น "ขวด" แต่สูตรอาหารใช้เป็น "ml" ระบบก็สามารถคำนวณและตัดสต็อกได้อย่างถูกต้อง

ประโยชน์ของฟีเจอร์ผูกสูตรวัตถุดิบ
1. บันทึกสต็อกได้ง่ายขึ้น
ร้านสามารถบันทึกสต็อกตามหน่วยที่ใช้งานจริง เช่น ขวด ถุง หรือแพ็ก โดยระบบจะคำนวณเป็นหน่วยย่อยให้อัตโนมัติ
2. ตัดสต็อกตามสูตรได้แม่นยำ
ระบบจะตัดวัตถุดิบตามปริมาณที่ใช้จริงในแต่ละเมนู ไม่ว่าจะเป็นกรัมหรือมิลลิลิตร ทำให้ข้อมูลสต็อกถูกต้องมากยิ่งขึ้น
3. รองรับการบันทึกของเสีย
หากอาหารหรือเครื่องดื่มถูกผลิตแล้ว แต่มีการคืนเงินภายหลัง ร้านสามารถเลือกบันทึกวัตถุดิบเป็น "ของเสีย" ได้ เพื่อให้ข้อมูลสต็อกสะท้อนการใช้งานจริง
4. คำนวณต้นทุนต่อเมนู
ระบบช่วยคำนวณต้นทุนวัตถุดิบของแต่ละเมนู ทำให้สามารถ
-
ตั้งราคาขายได้เหมาะสม
-
วิเคราะห์กำไรต่อเมนู
-
วางแผนโปรโมชั่นได้อย่างแม่นยำ
เมื่อเห็นปริมาณคงเหลือแบบ Real-time ร้านสามารถ
-
สั่งซื้อได้พอดี
-
ลดการสต็อกเกิน
-
ลดของเสีย
-
ลดเงินจมในคลังสินค้า
6. ตรวจสอบการสูญหายได้ง่าย
ทุกการรับเข้า ปรับสต็อก และการใช้งานวัตถุดิบถูกบันทึกไว้ในระบบ ช่วยให้สามารถตรวจสอบย้อนหลัง ลดความผิดพลาด และป้องกันการทุจริตได้ง่ายขึ้น
เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการเติบโตอย่างมืออาชีพ
ฟีเจอร์ผูกสูตรวัตถุดิบ Bill of Material (BOM) เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญของ GPOS PRO ที่ช่วยให้ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเครื่องดื่ม สามารถควบคุมต้นทุน ลดการสูญเสีย และบริหารวัตถุดิบได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เมื่อข้อมูลสต็อกถูกต้อง เจ้าของร้านก็สามารถวิเคราะห์ต้นทุน วางแผนการสั่งซื้อ และเพิ่มผลกำไรของธุรกิจได้อย่างมั่นใจ

อัปเกรดร้านของคุณสู่ GPOS PRO วันนี้
GPOS PRO — เปลี่ยนการจัดการวัตถุดิบให้เป็นเรื่องง่าย ควบคุมต้นทุนได้แม่นยำ และเพิ่มกำไรให้ธุรกิจในระยะยาว
💬 ต้องการความช่วยเหลือ?
หากคุณมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้งานเวอร์ชันใหม่ คุณสามารถติดต่อทีมซัพพอร์ตหลังการขาย
Line ID : @gpossupport
หรือสอบถามทีมงานของเราได้ทุกช่องทาง เราพร้อมช่วยเหลือคุณเสมอ
ติดต่อทีมเซลล์Line ID : @Gpos
Facebook : Gpos









